2009/Apr/01

คอลัมน์ K-OS Theory ครั้งที่3 (เล็ด แมกกาซีน)

มี “วัตถุดิบ”ธรรมดาๆรอบตัวมากมาย ที่ยังคงมีเสน่ห์ ชักชวนให้ย้อนกลับมามองและทำความเข้าใจใหม่อีกครั้ง เราอาจได้อะไรหน้าตาแปลกๆ เพื่อเปลี่ยนรสชาติได้บ้าง!!

เกมส์เศรษฐี ถือเป็นเกมส์เก่าแก่เกินรุ่นทวด เกิดขึ้นจากหญิงสาวอเมริกันคนหนึ่งคือ  อลิซาเบ็ธ  แม็กกี  ฟิลลิปส์  ( Ellizabeth  Magie Phillips) ขณะนั้นเธอต้องการแบบจำลองเพื่อให้คนทั่วไปเห็นว่า  คนที่เป็นเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ร่ำรวยจากค่าเช่าได้ยังไงและค่าเช่าทำให้ผู้เช่าจนลงได้ยังไง  ซึ่งการเล่นเกมจำลองสถานการณ์แบบนี้ทำให้เข้าใจง่าย  อลิซาเบ็ธ ได้ตั้งชื่อเกมส์ของเธอว่า แลนด์ลอร์ด ( The Landlord’s Game)  และนำไปจดสิทธิบัตรไว้ตั้งแต่ปี  ค.ศ. 1904  แม้ว่าตัวเกมส์จะมีความสนุกแต่ก็ยังเล่นกันในวงแคบ ๆ  ยังไม่มีการผลิตออกมาอย่างจริงจัง จนถึงปี ค.ศ.  1910  บริษัทผลิตเกมส์ ชื่อ Economic Game  จึงได้ผลิตเกมนี้ออกมา ความนิยมในตัวเกมส์เกิดจากการบอกต่อกันของผู้ที่เคยเล่น  และเกิดการดัดแปลงเกมส์ เช่นเปลี่ยนแปลงกฎติกาบางอย่างเพื่อทำให้เกมส์สั้นลงและใช้ชื่อว่า อ็อกชั่น โมโนโพลี (Auction Monopaly) เปลี่ยนแปลงชื่อสถานที่เพื่อให้สอดคล้องกับบริเวณที่ผู้เล่นอาศัยอยู่จริง  เป็นต้น จนในช่วงปลายของทศวรรษที่ 1920  ผู้คนก็รู้จักเกมส์ในชื่อ Monopoly game (http://www.rmutphysics.com)

เกมส์เศรษฐีเป็นเกมส์ที่เข้าใจง่าย เล่นได้พร้อมกันหลายคน เดาว่าสำหรับคนที่เกิดก่อนยุค’90 เกือบทุกคนต้องเคยรู้จักและเล่นเป็น หลังจากไปซื้อตัวอย่างมาจากโลตัสอ่อนนุช แกะดูแล้วก็เข้าใจประมาณนี้

1. กระดานกระดาษ แกนหลักของเกมส์ มีรูปสถานที่ต่างๆ และกำหนดราคาของแต่ละสถานที่เอาไว้ด้วย

2. ตัวเดิน อันนี้สามารถเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ (เหมือนความเท่ห์ของเกมส์จะเริ่มตรงนี้)

3.   เงิน ในเกมส์คือสิ่งเอาไว้ซื้อขาย จะว่าไปก็คล้ายกับพวกค่า hp หรือค่าพลังในวิดีโอเกมส์แนวแอ็กชั่น คือ มีเยอะไว้ก่อนจะดี หมดเมื่อไหร่.. ตายชัวร์

4. การ์ดส่วนกลาง ที่เรียกว่า “ประตูดวง” กับ “หีบสมบัติ” ที่จะต้องเปิดเมื่อเราเดินตกลงมาในช่องนั้นๆ แนวคิดตรงนี้ก็เหมือนกับ การเสี่ยงดวงนั่นเอง โดยผู้เล่นก็ต้องหวังว่าจะได้เงินเพิ่มแบบฟรีๆ